แต่งคอนโด ให้ประหยัด ถูกใจ งบไม่บานปลาย

ด้วยการเข้าถึงข้อมูลในยุคปัจจุบันที่ง่ายแสนง่าย ทำให้เรื่องของการแต่งบ้านหรือแต่งคอนโดด้วยตัวเองกลายเป็นเรื่องที่หลายคนนิยม เพราะสามารถตัดปัญหาที่น่าปวดหัววุ่นวายในการติดต่อประสานงานกับผู้รับเหมา นอกจากนั้นแล้วการแต่งคอนโดด้วยตัวเองยังทำให้เราสบายใจ เพราะจะถูกหรือผิดอย่างไรก็ล้วนมาจากตัวเราทั้งสิ้น สามารถกำหนดงบประมาณเองได้ว่าจะแต่งคอนโดงบน้อยหรือจะตกแต่งคอนโด ราคาแพง เมื่อเราสามารถ DIY หรือ Do it By Yourself แล้ว ลองมาทำความเข้าใจวิธีการแต่งคอนโดด้วยตัวเองให้ประหยัด ถูกใจ งบไม่บานปลาย และแปลงโฉมคอนโดมิเนียมให้กลายเป็นห้องใหม่ในฝันได้อย่างสมบูรณ์

ตกแต่งคอนโด ประเมินราคาเบื้องต้นอย่างไร

แน่นอนว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะบันดาลให้การแต่งคอนโดด้วยตัวเองในครั้งนี้เป็นจริงได้เหมือนภาพในฝัน นั่นก็คือเรื่องของเงินเท่านั้น ดังภาษิตที่ใครเขาว่า ‘เงินไม่มา งานไม่เดิน’ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่เลือกวิธีการแต่งคอนโดด้วยตัวเอง ก็มักจะขาดประสบการณ์ในการประเมินราคา ความรู้เรื่องวัสดุ รวมไปถึงงบประมาณโดยรวม ดังนั้นเราลองมาดูกันว่า ถ้าเราอยากจะแต่งคอนโดด้วยตัวเองแล้ว งบประมาณการตกแต่งคอนโดราคาประมาณเท่าไร โดยพิจารณาจากราคากลางและราคาเริ่มต้นโดยประมาณของวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในการแต่งคอนโดด้วยตัวเองกันก่อน ส่วนใครมีงบประมาณในการตกแต่งคอนโด ราคามากกว่านี้ ก็สามารถคำนวณเพิ่มได้ตามอัธยาศัย

  • สีทาผนัง 1 ถัง ขนาดความจุ 1 แกลลอน สำหรับทาสีภายในอาคาร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณถังละ 350 – 450 บาทขึ้นไป
  • สีทาผนัง 1 ถัง ขนาดความจุ 5 แกลลอน สำหรับทาสีภายในอาคาร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณถังละ 1,800 – 2,000 บาทขึ้นไป
  • วอลเปเปอร์ขนาดมาตรฐานผนังห้อง ขนาด 0.5 x 3 เมตร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณแผ่นละ 400 บาทขึ้นไป
  • รางผ้าม่านโลหะขนาดมาตรฐาน ขนาด 2 เมตร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณรางละ 500 บาทขึ้นไป
  • ผ้าม่านแบบเต็ม สีทึบ ขนาดมาตรฐาน ขนาด 2.6 x 2.2 เมตร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณผืนละ 1,700 บาทขึ้นไป
  • วัสดุปูพื้นประเภทกระเบื้องยาง ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาทต่อตารางเมตร
  • วัสดุปูพื้นประเภทพื้นไม้ลามิเนตขนาด 8 มิลลิเมตร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณ 300 บาทต่อตารางเมตร
  • วัสดุปูพื้นประเภทพื้นไม้ลามิเนตขนาด 12 มิลลิเมตร ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณ 400 บาทต่อตารางเมตร
  • วัสดุปูพื้นประเภทพื้นกระเบื้องเซรามิก ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณ 150 บาทต่อตารางเมตร
  • วัสดุปูพื้นประเภทพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณ 500 บาทต่อตารางเมตร
  • วัสดุปูพื้นประเภทพื้นไม้ปาร์เกต์ ราคากลางมีราคาเริ่มต้นประมาณ 800 บาทต่อตารางเมตร

โดยวัสดุด้านบนเหล่านี้ เป็นวัสดุพื้นฐานที่นิยมใช้ในการแต่งคอนโดด้วยตัวเอง โดยราคาเบื้องต้นเป็นราคากลางเท่านั้น ซึ่งปริมาณและราคาที่แท้จริง ก็ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ที่เราจะใช้วัสดุเหล่านี้ โดยสามารถคำนวณปริมาณการใช้วัสดุด้านบนได้ ดังนี้

สีทาผนัง 1 ถัง ขนาดความจุ 1 แกลลอน สำหรับทาสีภายในอาคาร สามารถทาสีได้พื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร โดยจำเป็นจะต้องทาซ้ำอย่างน้อย 1 ครั้ง ทำให้สีทาผนัง 1 ถัง ขนาดความจุ 1 แกลลอน จะสามารถทาสีได้พื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตรเท่านั้น

โดยถ้าหากอยากทราบว่าเราจำเป็นจะต้องใช้สีทาผนัง 1 ถัง ขนาดความจุ 1 แกลลอน สำหรับทาสีภายในอาคารจำนวนกี่ถัง ก็สามารถใช้สูตรคำนวณพื้นที่ผนังห้อง คือ

[2 x (ความยาวของผนัง x ความสูงของพื้นถึงเพดาน)] + [2 x (ด้านกว้างของผนัง x ความสูงของเพดาน)] – [พื้นที่ประตู (ความกว้าง x ความสูง) /พื้นที่หน้าต่าง (ความกว้าง x ความสูง)] = พื้นที่ผนังทั้งหมดที่เราต้องทาสี

หรือการคำนวณว่าจะต้องใช้วัสดุปูพื้นจำนวนเท่าไร สามารถวัดขนาดของห้องในสูตร (ความกว้างของห้อง 2 ด้าน x ความยาวของห้อง 2 ด้าน) = พื้นที่วัสดุปูพื้นทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องใช้ เป็นต้น

ทริคการแต่งคอนโดงบน้อยอย่างไรให้สวยเกินราคา

สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดการแต่งคอนโดด้วยตัวเองก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะการแต่งคอนโดงบน้อยก็สามารถเนรมิตให้ห้องสวยงามได้เช่นเดียวกัน ข้อสำคัญก็คือการพยายามหาแรงบันดาลใจจากหลาย ๆ แห่ง แล้วนำมาปรับนู่นนิด ปรับนี่หน่อย เพื่อให้เข้ากับงบประมาณของตัวเราเอง โดยอย่าลืมว่าเราสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายวัสดุหลักที่จะเป็นได้เบื้องต้นแล้ว ซึ่งตรงนี้เองจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ดียิ่งขึ้น โดยทริคการแต่งคอนโดงบน้อยให้สวยเกินราคามีขั้นตอนดังนี้

1.ทำความเข้าใจชนิดของเฟอร์นิเจอร์คอนโด

โดยส่วนใหญ่แล้ว การตกแต่งบ้านมักจะแบ่งประเภทของเฟอร์นิเจอร์คอนโดไว้ด้วยกัน 2 ประเภท นั่นก็คือ เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อิน และ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ซึ่งมีข้อแตกต่างกันตามชื่อเรียกเลย นั่นก็คือ เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อิน คือ การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ชนิดนั้น ๆ แบบถาวร ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ มีแต่ต้องถอนการติดตั้งเท่านั้น แต่สำหรับเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว คือเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง เป็นต้น ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่สำหรับการแต่งคอนโดด้วยตัวเอง ควรจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ในห้องให้เป็นแบบ ‘เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว’ เนื่องจากง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนย้ายในอนาคต เพราะคนอยู่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มักจะอาศัยอยู่จริงประมาณ 5-10 ปี ก่อนมีการโยกย้าย ปล่อยเช่า หรือขายต่อ การใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวจะทำให้ง่ายต่อการปรับปรุงซ่อมแซมห้องในอนาคต

2.ตัดแปะแรงบันดาลใจเก็บไว้บนแผ่นกระดาษ

หลายคนรู้จักเว็บไซต์สร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านที่ชื่อว่า Pinterest เป็นอย่างดี เพราะหลายคนก็ได้รับอิทธิพลของการแต่งคอนโดด้วยตัวเอง มาจากเว็บนี้ แม้ว่าเราจะปักหมุดการแต่งคอนโดมิเนียมในสไตล์ที่เราชอบมาแล้วเป็นอย่างดี แต่การนำภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์ มาจัดวางให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันบทแผ่นกระดาษ ก็จะช่วยให้ภาพห้องในฝันของเรามีความชัดเจนมากขึ้น โดยควรจัดกลุ่มภาพแรงบันดาลใจออกเป็นหมวดหมู่ของมุมห้องหรือการใช้งานต่าง ๆ เช่น ภาพของห้องนอน ควรมีภาพผนัง เตียง เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งรวมไว้เป็นภาพเดียวกัน เช่นเดียวกับภาพห้องนั่งเล่น ก็ควรมี โซฟา ชั้นวางโทรทัศน์ ตู้เก็บของ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ที่ถูกจัดกลุ่มในแผ่นเดียวกัน เพื่อให้เราสามารถประเมินและเห็นภาพของการแต่งคอนโดด้วยตัวเองครั้งนี้ได้ชัดเจนมากขึ้น

3.วัดขนาดพื้นที่ ดูตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์

เมื่อมีภาพในใจที่ชัดเจนมากขึ้น รู้ความต้องการของตัวเองจนแน่ชัดแล้วว่าต้องการเฟอร์นิเจอร์รูปแบบใด สีของโทนห้องเป็นโทนไหน พื้นห้องจะเป็นอย่างไร และสุดท้ายคือทราบแล้วว่าทั้งหมดนี้ใช้พื้นที่เท่าไร และเหลือพื้นที่ตรงไหนบ้างในห้อง ต่อมาก็เข้าสู่กระบวนการแต่งคอนโดด้วยตัวเองอย่างแท้จริงแล้ว นั่นก็คือการลองวาดผังห้องแบบจำลองสัดส่วนจริง โดยอาจแทนขนาดพื้นที่ของห้องด้วยสัดส่วน นิ้ว หรือ เซ็นติเมนต์ เช่น ห้องมีขนาดหน้ากว้างทั้งหมด 5 เมตร ก็ใช้สัดส่วน 10 เซนติเมตร (ใช้แทน 5 เซนติเมตรคูณ 2) เป็นต้น เพื่อให้สามารถจัดวางพื้นที่ในห้องได้อย่างลงตัวมากขึ้น

หลังจากได้ผังพื้นห้องในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว ต่อมาลองวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พร้อมขนาดที่ใกล้เคียงวาดลงในผังพื้นห้อง เพื่อดูว่าเราจะสามารถวางเฟอร์นิเจอรชิ้นใด ตรงไหน ตำแหน่งใดได้บ้าง ตามความต้องการและความจำเป็นต่อการใช้งานของเรา เมื่อลองเติมเฟอร์นิเจอร์จนพอใจแล้ว จากนี้เราจะเห็นภาพของห้องเราได้ชัดเจนแบบไม่ต้องหลับตาจินตนาการอีกต่อไป

4.ก้าวไปอีกระดับมากขึ้นด้วยเว็บไซต์แต่งคอนโด ด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งข้อที่น่าสนใจสำหรับการแต่งคอนโดงบน้อย ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ ปัจจุบันมีเว็บไซต์โปรแกรมออกแบบภายในที่เปิดให้เราสามาร ถวาดผังพื้นห้อง ออกแบบการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทดลองการจับคู่สีภายในห้อง หรือแม้แต่เลือกสไตล์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งตามสไตล์ของเราเองได้ฟรี สำหรับใครที่คุ้นชินกับเกมเดอะซิม เกมจำลองการออกแบบบ้านที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว การใช้เว็บไซต์เหล่านี้ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างจากการเล่นเกมเลย ซึ่งวิธีการเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่พิมพ์ค้นหาใน Search Engine ทั่วไปว่าเว็บไซต์ออกแบบบ้าน เพียงเท่านี้ก็สามารถวาดผังห้องในฝันได้เหมือนกับเราได้เรียนออกแบบมาเลยทีเดียว

5.กฎเหล็กของการใช้สีภายในห้อง คือ 60:20:10

ถ้าในอินสตาแกรมของคุณมีการคุมโทนสีเพื่อให้ภาพรวมของอินสตาแกรมของคุณสวยงามอย่างไร การคุมโทนสีทาภายในห้อง ก็ส่งผลเช่นเดียวกัน โดยกฎเหล็กของการคุมโทนสีการแต่งคอนโดด้วยตัวเองก็คือ ต้องคุมโทนสีโดยใช้น้ำหนักสัดส่วน 60:30:10 หรือให้สัดส่วน 60% ของห้องคือสีโทนหลัก 30% ของห้องคือโทนสีรอง และ 10% ที่เหลือคือสีไฮไลท์ ถ้าเราอยากให้บ้านของเรามี Mood and tone เหมือนออกมาจากมูจิ ที่มีความอบอุ่นจากโทนสีไม้ ควรกำหนดสีไว้ 3 สี ได้แก่ สีขาวหรือครีม สีน้ำตาลอ่อน และสีน้ำตาลเข้ม

  • 60% ของสีโทนหลัก ควรเป็นโทนสีที่อ่อนที่สุดในโทนสีที่เรากำหนด ซึ่งจาก 3 สีที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่แรกก็จะเป็นโทนสีขาวหรือครีมนั่นเอง โดยใช้ในการทาสีผนังหรือเพดาน ซึ่งการใช้โทนสีที่อ่อนที่สุดในสัดส่วนที่มากที่สุด เป็นไปเพื่อให้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่น ๆ มีความโดดเด่น และทำให้ห้องมีความโปร่ง สว่าง และสะอาดตา
  • 30% ของโทนสีรอง คือสีโทนกลาง ๆ โดยสีที่เรากำหนดไว้ก็คือสีน้ำตาลอ่อน โดยสามารถนำไปใช้กับ พรม โซฟา ภาพที่นำมาตกแต่งผนัง ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน หรือสีของเฟอร์นิเจอร์หลักอื่น ๆ เป็นต้น
  • 10% สุดท้ายคือโทนสีไฮไลท์ โดยให้เป็นโทนสีที่มีความเข้มที่สุดในสามสี เนื่องจากเป็นส่วนที่จะเพิ่มความโดดเด่นให้กับห้อง โดยมักเลือกใช้โทนสีไฮไลท์กับของตกแต่งอื่น ๆ เช่น โคมไป แจกัน หมอนรองนั่ง โต๊ะรับแขก หรือของตกแต่งอื่น ๆ เป็นต้น

สำหรับกฎ 60:30:10 นี้ถือเป็นกฎเหล็กของการแต่งคอนโดด้วยตัวเองที่จะทำให้ห้องของเราดูสวยแพงเกินราคาแม้แต่งคอนโดงบน้อยก็ตาม และยังเป็นกฎสำคัญที่เหล่าดีไซน์เนอร์และนักออกแบบตกแต่งภายในแนะนำและนิยมปฏิบัติตามกันทั้งสิ้น

6.การกำหนดคอนเซ็ปต์การตกแต่ง ช่วยให้เราเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ง่ายขึ้น

นอกจากเรื่องของการคุมโทนสีภายในห้องให้อยู่ในสัดส่วน 60:30:10 แล้ว ต่อมาเราก็มาลงลึกถึงคอนเซ็ปต์ของการแต่งบ้าน และหลักคิดในการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับโทนสีที่เรากำหนด โดยคอนเซ็ปต์และโทนสีควรจะต้องมีความสอดคล้องกัน อาทิเช่น

  • หากอยากตกแต่งบ้านให้ออกมาในแนว เจแปนนีสโมเดิร์น โทนสีก็ควรออกมาในโทนน้ำตาลแบบมูจิ เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ควรจะใช้วัสดุไม้ ผ้าลินิน หรือผ้าฝ้าย วัสดุที่ทำจากหวาย เป็นต้น
  • ถ้าอยากตกแต่งออกมาในแนวอินดัสเทรียล โทนสีก็ควรออกมาในโทนดำเทาแบบดิบเท่ห์ เน้นเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นวัสดุจากเหล็ก อะลูมิเนียม หรือดีไซน์ที่เน้นการโชว์โครงสร้าง เป็นต้น
  • หรือถ้าอยากตกแต่งห้องให้ออกแบบในแนวคลาสสิค โทนสีก็ควรเน้นความสว่างและหรูหรา แบบสีขาวทอง โดยวัสดุที่ควรเลือกใช้ คือวัสดุที่ทำจากทองเหลือง เป็นต้น

โทนสีที่เรากำหนดจะเป็นตัวสำคัญที่จะช่วยให้เราเลือกเฟอร์นิเจอร์มาแต่งคอนโดด้วยตัวเองได้แบบไม่หลงทิศหลงทาง แต่หากใครไม่แน่ใจว่าภาพของห้องที่เราอยากได้นั้นมีคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่าอะไร ก็สามารถกลับไปค้นหาแรงบันดาลใจที่ใกล้เคียงเพิ่มเติมได้จาก Pinterest ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีคำอธิบายคอนเซ็ปต์การออกแบบไว้อยู่แล้ว

7.กระจกคือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ห้องดูแพง

ถ้าเคยได้ลองไปเดินชมห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียม จะเห็นว่าห้องตัวอย่างเกือบทุกห้องมักเลือกใช้กระจกเป็นวัสดุตกแต่งสำคัญไม่มุมใดก็มุมห้องของผนังห้อง ด้วยลักษณะของวัสดุกระจกที่มีความวาว อีกทั้งยังแสดงภาพสะท้อน ทำให้ความรู้สึกของห้องที่มีกระจกเป็นวัสดุตกแต่ง จะช่วยให้เรารู้สึกว่าห้องมีความกว้างขวางมากขึ้น และยังทำให้รู้สึกหรูหราอีกด้วย สำหรับการแต่งคอนโดงบน้อยที่เป็นห้องขนาดเล็ก การใช้กระจกเข้ามาเป็นวัสดุตกแต่งก็จะช่วยขยายพื้นที่ภายในห้องให้รู้สึกว่าห้องมีความกว้าง โปร่งสบาย และไม่อึดอัดอีกด้วย

8.ต้นไม้และโทนสีเขียว เทรนด์ใหม่มาแรง เติมเต็มหัวใจให้ชุ่มฉ่ำสำหรับการแต่งคอนโดงบน้อย

ไม่ได้มีแค่ญาญ่า อุรัสยา นางเอกเบอร์ใหญ่เท่านั้นที่กำลังนิยมการปลูกต้นไม้ในคอนโด แต่ทั่วโลกตอนนี้ ก็หันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวภายในบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชากรทั้งโลกได้ผ่านการกักตัวอยู่บ้านช่วงโควิดที่ผ่านมา โดยต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกในคอนโดมิเนียมคือต้นไม้ในร่ม ที่มีรูปทรงของใบสวยงาม ไม่ได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษามากนัก นอกจากนั้นสีเขียวจากต้นไม้ ยังส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับบรรยากาศการอยู่อาศัยภายในบ้าน ปรับอารมณ์ให้สมดุล เติมเต็มหัวใจให้ชุ่มฉ่ำ

หลังจากที่เก็บข้อมูลเทคนิคการแต่งคอนโดด้วยตัวเอง ไปจนจุใจ จะเห็นได้ว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องทำทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องใหม่ หรือเสียเงินให้การตกแต่งแบบมากมาย แต่สามารถเลือกทำเฉพาะบางส่วนตามงบประมาณที่มี ก็ทำให้เราได้ห้องใหม่ที่สวยงาม ดูแพงเกินราคา ถูกใจและถูกจริตงบประมาณในกระเป๋าได้ และถึงแม้ห้องของเราอาจจะไม่ได้ดูสวยกว่าใคร แต่ถ้าหากอยากอยู่แล้วรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ห้องของเรานั้นย่อมดีกว่าที่ไหน ๆ และยิ่งลงมือแต่งคอนโดด้วยตัวเองย่อมได้ความภูมิใจแน่นอน

ข้อมูล : www.condonewb.com

Scroll Up